ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มิถุนายน 19, 2018, 01:49:17 PM

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1]
1
ได้เวลาเทศกาลแห่งการให้อีกวาระหนึ่งแล้ว ช่วงเวลาเช่นนี้เป็นเวลาแห่งความสุข ที่หลาย ๆ คนจะต้องคิด ค้น และหาของขวัญเพื่อให้คนที่เรารักได้รับของที่มีค่าและมีความสุข ของขวัญที่เราให้นั้น

หากเป็นสิ่งของ ของให้หากผู้รับไม่ถูกใจเขาสามารถเก็บไว้ (จนลืม) หรืออาจจะนำให้คนอื่นต่อเป็นการ Reuse เพื่อลดโลกร้อน แต่ถ้าของขวัญชิ้นนั้น ๆ เป็นสิ่งมีชีวิตละอาจจะเป็นลูกหมา ลูกแมว ถ้าคนที่ได้รับ เกิดดูแลไม่เป็นหรือดูแลไม่ดี หรือไม่ดูแลเลย ผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร ดังนั้น หากคิดจะให้ลูกหมาลูกแมว เป็นของขวัญแก่ใครต้องคิดกันให้ดีก่อน หมอมีข้อแนะนำในการให้สัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญ ดังนี้

1. มั่นใจว่าคนรับนั้นอยากเลี้ยงน้องหมาจริง ๆ

เราต้องมั่นใจว่าคนรับนั้นมีความประสงค์ที่อยากจะเลี้ยงน้องหมาจริง ๆ จะต้องรู้สึกลงไปเลยว่าอยากได้พันธุ์ไหนมาเลี้ยงชอบตัวผู้หรือตัวเมีย ถ้าหากว่ายังไม่มั่นใจก็อย่าเพิ่งไปให้น้องหมาเป็นของขวัญเด็ดขาด โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่นิยมซื้อน้องหมาให้สาว ๆ เป็นของขวัญ เพียงแค่สาวเปรยว่า อยากได้ลูกหมามาเลี้ยงซักตัว ขอย้ำว่าถ้าสาวเจ้านั้นไม่รักน้องหมาจริงหรือเกิดเลิกกันไปคนที่เดือดร้อนคือน้องหมานะคะ

2. พิจารณาถึงชีวิตการเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมของคนรับด้วย

ในกรณีนี้ ถึงแม้ว่าจะแน่ใจว่าคนรับจะมีใจรักน้องหมาจริง ๆ และต้องการเลี้ยงน้องหมามาก ๆ ต้องคำนึงถึงอาชีพของเขา สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของเขาด้วย คนที่มีอาชีพที่ต้องเดินทางตลอดเวลา หรือไม่ค่อยได้อยู่บ้านก็ไม่ควรให้น้องหมาเป็นของขวัญเพราะจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้เขาแทนที่จะเลี้ยงด้วยความสุข เขากลับต้องคอยตะลอน ๆ พาน้องหมาไปฝากเลี้ยงตามที่ต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่ตัวเองไม่อยู่นั้นเอง หรือถ้าที่พักของคนรับนั้นไม่ต้อนรับน้องหมาเนื่องจากมีกฎข้อบังคับห้ามเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เช่น คอนโด อพารต์ เมนท์ หรือบ้านเช่า ก็ไม่ควรให้น้องหมาเป็นของขวัญเด็ดขาด เพราะให้ไปแล้วก็เท่ากับว่าผู้รับต้องไปหาที่อยู่ใหม่นั้นเอง

และที่สำคัญต้องดูฐานะของผู้รับด้วยว่ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลน้องหมาไหวหรือไม่ ตั้งแต่ค่าอาหาร ค่ากรง ค่าแชมพู ค่าอาบน้ำตัดขน และค่าบริการ ทางการแพทย์ในกรณีเจ็บป่วย เพราะการเลี้ยงน้องหมาหนึ่งตัว ตั้งแต่เป็นลูกหมาจนถึงตายจากไปตอนอายุ 10 ปีนั้น เขามีค่าใช้จ่ายตลอดเวลา แต่เขาก็ตอบแทนเราด้วยความรักและความซื้อสัตย์ตลอดชีวิตเขาให้กับเรา

3. พิจารณาวัยของผู้รับด้วย

เมื่อคนรับนั้นความเป็นอยู่ที่ดีและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ก็ต้องพิจารณาวัยวุฒิของผู้รับด้วย เพราะหากวัยวุฒิยังเด็กอยู่ ก็จะต้องพูดคุยกับผู้ปกครองก่อนเลยว่าโอเคไหม เพราะถ้าผู้ปกครองไม่โอเค แล้วเราไปให้น้องหมาเป็นของขวัญ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาในภายหลังได้ หรือในกรณีที่ผู้รับเป็นผู้สูงอายุ ในกรณีที่เกษียณจากอายุราชการ ก็จะต้องศึกษาดูปัญหาสุขภาพของท่านด้วยว่าแข็งแรงพอหรือไม่ เพราะความหวังดีจะกลายเป็นประสงค์ร้าย กลายเป็นหาเรื่องเดือนร้อนให้คนแก่โดยไม่จำเป็น

4. การเลือกน้องหมาให้เหมาะสมกับผู้รับ

ปัจจัยภายนอกที่เราต้องคำนึงร่วมในการตัดสินใจซื้อน้องหมาเป็นของขวัญมีดังนี้

• บ้านผู้รับเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ อยู่ในบ้านหรือไม่ เช่น บ้านเขามี น้องหมา น้องแมว นก หรือกระต่าย เลี้ยงอยู่หรือไม่ ซึ่งสัตว์เหล่านี้อาจเป็นศัตรูกับน้องหมาที่เราให้เป็นของขวัญได้




คิดให้ดีก่อนจะให้ของขวัญเป็น สัตว์เลี้ยง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/สัตว์เลี้ยง/

2
เที่ยวกลางคืน กรุงเทพ แนะนำผับ ร้าน สาวสวยเพื่อนเที่ยวในกรุงเทพ Bangkok Thailand

สถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนของคนกรุงที่ผู้คนอยากไปเที่ยวมากที่สุด. ใน กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานคร…ที่ไม่เคยหลับไหล

คำถามที่ว่า เที่ยวกรุงเทพตอนกลางคืน ไปไหนดีคะที่ไม่ใช่ผับ ทุกร้านข้างล่างนี้โทรสอบถามได้ครับ จองโต๊ะ จองน้องๆ เพื่อนเที่ยว
โทร จองโต๊ะ จองน้องๆ สวยๆ เป็นเพื่อนเที่ยว ให้ความสุข ความบันเทิงได้แล้ววันนี้ โทร 085-941-7788 (คุณเก่ง)

1.ลองมาที่ร้าน ควีน ย่านเกษตรนวมินทร์ ร้านหรูสุดบนถนนเกษตรนวมินทร์สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความสุข สนุก กว้างใหญ่ แน่นไปด้วย น้องๆ สาวๆ สวยๆ ขาวๆ น่ารัก พร้อมเป็นเพื่อนเที่ยวในยามคำคืน ให้ความสุข สนุกสนาน เต็มที่ในช่วงชีวิตหนึ่งของผู้ชายทุกคน สถานที่ปลอดภัย บริการดีเยี่ยม สะอาด หรู อาหารอร่อย เต็มไปด้วยความสุข เหมาะจัดเลี้ยงลูกค้า มีห้องคาราโอเกะเป็นส่วนตัวในการเลี้ยงตอนรับผู้ใหญ่ หรือ นักธุรกิจในประเทศ ต่างประเทศ

2.ลองมาที่ร้าน มอนติคาโลย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา สถานที่ใหญ่สุด หรูสุดย่านเลียบด่วนรามอินทรา อัดแน่นต็มไปด้วยความสุข สนุก ร้านกว้างใหญ่สุด เวทีใหญ่สุด แน่นไปด้วย น้องๆ สาวๆ สวยๆ ขาวๆ น่ารัก พร้อมเป็นเพื่อนเที่ยวในยามคำคืน ให้ความสุข สนุกสนาน เต็มที่ในช่วงชีวิตหนึ่งของผู้ชายทุกคน อีกที่ครับ เหมาะจัดเลี้ยงลูกค้า มีห้องคาราโอเกะโทร จองโต๊ะ จองน้องๆ สวยๆ เป็นเพื่อนเที่ยว ให้ความสุข ความบันเทิงได้แล้ววันนี้

3. ร้านเดอะเฮ้า The House ย่านรัชดา13 ร้านหรูสุดในย่านรัชดา มีห้องคาราโอเกะ น้องๆ สาวๆ พีอาร์ พริตตี้ โคโยตี้ สวยๆ ขาวๆ มาให้ความสุข สนุกกับผู้ชายอย่างเราๆ ได้อย่างเต็มที่ เต็มห้อง เต็มร้าน เต็มหัวใจครับโทร จองโต๊ะ จองน้องๆ สวยๆ เป็นเพื่อนเที่ยว

4.ร้านเช็ค- เอกมัย Czech Trendy Club ร้านหรูในย่านเอกมัย มีน้องๆ พริตตี้ พีอาร์ โคโยตี้ เต็มร้าน เป็นเพื่อนเที่ยวทั้งคืน พร้อมให้ความสุข สนุก กัน

5.ร้าน บิวตี้ฟูลคลับ Beautiful Club,คลับเบอร์หนึ่งย่านพงษ์เพชร-งามวงศ์วาน แหล่งรวมสาวงามวัยรุ่นนับร้อยชีวิต ที่คัดสรรมาแล้ว พร้อมจะให้ความสุข และความบันเทิงแก่ลูกค้าที่เข้ามาเที่ยวอย่างเป็นกันเอง ราคาถูก น้องๆ พริตตี้ สาวๆ วัยรุ่น เพียบ ขาว สวย นักศึกษาเพียบ สนใจมาทักมาคุย มาเที่ยวกัน สบายๆ ที่ร้านได้เลยครับ เปิดทุกวัน มันใจได้ว่าน่ารัก สวย ใส สนุก ถึงใจ

6.ร้านไม้เอก ย่านเกษตรเป็นร้านเก่าแก่ เปิดมาช่วงยุคแรกๆ แต่มีสาวๆ สวยๆ มากหน้าหลายตาพร้อมความสวยสาว มาเป็นเพื่อนเที่ยวให้กับนักเที่ยว ได้อย่างมีความสุข สุดๆ และความสนุกกันได้ทั้งคืน แน่นอน ลองมาเที่ยวกันครับ แล้วจะรู้ว่า นางฟ้า มีจริงบนพื้นดิน ที่ประเทศไทย ครับ.




โคโยตี้และร้านนั่งชิลล์,บาร์,เธค,สาวๆ,นั่งดื่ม,เที่ยวกลางคืน ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

3
กับ 5 ผับใจกลางเมือง ที่จัดเต็มทั้งความสนุก และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตามไปเที่ยวแล้วก็เมาไม่ขับนะครับ จะได้เที่ยวแบบสนุกและปลอดภัยด้วย

1. Muse มิวส์ แหล่งแฮงค์เอ้าท์สุดฮอตในย่านทองหล่อที่นักท่องราตรีรู้จักกันเป็นอย่างดี ร้านนี้นอกจากมีโซนผับให้แดนซ์กระจายแบบสนุกสุดเหวี่ยงกันด้านล่างแล้ว บนดาดฟ้าชั้นสามยังมีบาร์ให้นั่งดินเนอร์ฟังเพลงเบาๆ ตลอดทั้งคืนอีกด้วย

2. ลิซึ่ม (Lizm) ผับแนวสบายๆ ที่ชวนให้คุณสนุกสนานไปกับเสียงเพลง ทั้งแบบเล่นสด สลับเปิดแผ่น ด้านในร้านแบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน คือโซนดนตรีสด และโซนฮิปฮอป แถมบางวันยังมีเพลงสกามาเล่นให้ฟังแบบสนุกสนานด้วย ร้านนี้ถ้าใครชอบความสนุกสนานแนะนำให้จองโต๊ะด้านล่าง แต่ถ้านั่งนั่งฟังเพลงแบบชิลล์ๆ เลือกนั่งข้างบนจะเพลินกว่า

3.ฟังกี้ วิลล่า (Funky Villa) ที่นี่ครบสูตรด้วยความสนุกและบรรยากาศ นอกจากออกแบบตัวร้านเป็นสไตล์บ้านพักสุดชิคแล้ว ฟังกี้ วิลล่า (Funky Villa) ยังเป็นแหล่งชุมนุมทางแฟชั่นที่ทุกคนมาร้านนี้ต้องแต่งตัวประชันกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช เหมาะสำหรับนักดื่มที่ชอบความทันสมัย และสีสันความสนุกแบบเต็มๆ

4.เอสโคบาร์(Escobar) เป็นผับสุดชิคที่มีลูกค้ามาอุุดหนุนความสนุกกันแน่นร้านเกือบทุกวัน อยู่ในโซนเดียวกับร้านนั่งเล่น วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี ทางร้านจะเน้นดนตรีฟังแบบสบายๆ ส่วนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะเน้นเพลงสนุกสนานคึกคัก ทั้งฮิปฮอป อาร์แอนด์บี ฯลฯ ให้แดนซ์กันแบบกระจาย

5.รูท 66 (Route 66) ผับดังในตำนานย่าน RCA ที่ได้รับการขนานนามเป็น “The most popular club in Thailand” รูท 66 (Route 66) แบ่งโซนตามความชอบของนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น smoking zone สำหรับคนไม่ชอบควันบุหรี่ โซน The Level สำหรับสาวกฮิปฮอป โซน The Classic สำหรับคนชอบฟังเพลงสบายๆ โซน The Novel สำหรับขาแด็นซ์สุดฤทธิ์ และ โซน Route South สำหรับหนุ่มสาวโซเชียลเน็คเวิร์ค เพราะมี Wi-Fi บริการฟรีตลอดทั้งคืน




ผับสุดชิคในกรุงเทพฯ ไปลั้ลลาหลังเลิกงาน ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

4
ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวขาวใส และหากจะขาวใสขึ้นได้ในราคาประหยัด ปลอดภัย ก็คงเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย วันนี้เราเลยหยิบเอาสูตรผิวขาวจากวัตถุดิบธรรมชาติรอบตัวมาฝาก ทำยังไงบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.ขมิ้น

ขมิ้น เป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณเด่นในเรื่องของการดูแลรักษาผิวพรรณ ซึ่งในยุคโบราณจะนำไปทำเป็นเครื่องประทินผิวและยังเป็นยาสมุนไพรรักษาอาการของผด ผื่นคันได้ด้วย จนถึงยุคปัจจุบันก็ยังคงนิยมใช้กันอยู่ เพราะขมิ้นจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว จะช่วยให้ผิวพรรณแลดูกระจ่างใสมากขึ้น

2.น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง มักจะถูกนำไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายชนิด เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว ช่วยกักเก็บน้ำให้คงความชุ่มชื้นต่อผิว ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นอยู่เสมอและยังปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ น้ำผึ้งจึงมักเป็นตัวเลือกที่ดีในการดูแลผิว เพราะสามารถคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราได้

3.มะเขือเทศ

มะเขือเทศ ช่วยบำรุงและดูแลผิวพรรณได้หลายทาง ทั้งกินทั้งพอกบนใบหน้าก็ได้ เพราะประโยชน์ของมะเขือเทศมีมากมาย มีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ขอแนะนำสูตรการใช้มะเขือเทศในการดูแลผิวหน้าง่ายๆ โดยคั้นเอาน้ำมะเขือเทศเตรียมไว้ นำสำลีชุบน้ำมะเขือเทศทาให้ทั้งใบหน้าและนวดเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก ก็จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นได้ นับเป็นสูตรหน้าใสที่ต้องลอง

4.มะขามเปียก

มะขามเปียก เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ในครัวเรือนกันแทบทุกบ้านเลยก็ว่าได้ ด้วยมะขามเปียกมีรสชาติเปรี้ยวและมีฤทธิ์เป็นกรด จึงมี AHA ที่สามารถใช้ขัดผิวได้ จะช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาพอกหน้าและพอกผิวกายได้ ก็จะทำให้ผิวกลับมาเนียนนุ่มและดูกระจ่างใส ซึ่งการพอกหน้าด้วยมะขามเปียกมีด้วยกันหลายสูตร แต่ขอแนะนำสูตรง่ายๆ คือ นำมะขามเปียก 1 ก้อน มาผสมนมสดรสจืดและน้ำผึ้ง ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก เป็นสูตรหน้าใสที่ได้รับความนิยมอย่างมากเลยล่ะ

5.ไพล

ไพลเป็นสุมนไพรที่มีมาแต่โบราณเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับขิง ข่า คู่กับความสวยงามของสาวๆ มาจนถึงปัจจุบัน ไพลมักเป็นสมุนไพรที่ถูกนำไปเป็นส่วนผสมของยาอบสมุนไพร ที่ช่วยสมานผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ลดริ้วรอย จุดด่างดำและป้องกันการเกิดสิว เพียงนำไพลมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วปั่นผสมร่วมกันกับดินสอพองจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเติมน้ำสะอาดที่ต้มสุกแล้ว 1 ถ้วยตวง ปั่นให้เข้ากัน แล้วปั้นเป็นก้อนตากแดดให้แห้งเก็บใส่ขวดโหลไว้ ตอนใช้ก็นำมาผสมน้ำเล็กน้อยแล้วพอกไว้ก่อนนอน เป็นทั้งสูตรหน้าใสและป้องกันสิวในตัวเลยทีเดียว

เคล็ดลับพอกหน้าง่ายๆ เหล่านี้ สาวๆ ทำตามได้ไม่ยากเลยค่ะ หาสมุนไพรชนิดไหนได้ง่าย ก็ใช้สมุนไพรชนิดนั้นตามความสะดวกได้เลย รับรองงานนี้ผิวสวยและขาวใสชัวร์



เคล็ดลับดูแลผิวให้ ขาวใส มีออร่า สวยสะกดตาด้วยวัตถุดิบรอบตัว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

5
ในที่สุดก็เจอวิธีทอดไข่ชะอมให้ฟูหนา เคล็ดลับทำง่ายด้วยหม้อบ้าน ๆ นี่แหละ ทอดเสร็จหนาเป็นนิ้ว อร่อยเต็มปากเต็มคำ ทำได้เองที่บ้าน


จากที่เคยกินเมนูไข่เจียวชะอมแบนแห้งแนบกับจาน ลองเปลี่ยนมาทอดในหม้อเล็ก ๆ กันดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทอดไข่ชะอมให้ฟูหนา ทำง่าย ๆ แค่ใช้หม้อบ้าน ๆ เนื้อหนานุ่มกรอบนอก กินกับน้ำพริกกะปิ หรือแกงส้มก็ได้ทั้งนั้น ต่อไปนี้ไม่ต้องไปกินที่ร้านกันแล้ว ทำเองง่าย ๆ เลย


วิธีทอดไข่ชะอมให้ฟู ๆ หนา ๆ น่ากิน


• ใครชอบกินไข่ชะอม มีวิธีทอดไข่ชะอมให้ฟู ๆ หนา ๆ น่ากิน เย็นนี้ตำน้ำพริกกะปิรอได้เลย


ส่วนผสม ไข่ชะอม


• ไข่ไก่ 3 ฟอง
• เกลือป่น
• พริกไทยดำ
• ซีอิ๊วขาว
• ชะอม
• น้ำมันพืช


วิธีทอดไข่ชะอม


• ล้างทำความสะอาดชะอม ใช้มีดสับชะอมจนละเอียด ตอกไข่ใส่ชาม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย จากนั้นก็ใส่ชะอมตามลงไป ตีผสมให้เข้ากัน


วิธีทอดไข่ชะอม


• ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใช้หม้อเล็ก ๆ สำหรับทอดจะได้รูปทรงที่สวย พอน้ำมันร้อนก็เทไข่ชะอมลงไปทอด ใช้ตะหลิวตะล่อม ๆ แล้วกลับอีกด้านทอดต่อให้สุก


วิธีทอดไข่ชะอม


• หั่นพอดีคำ ยิ่งถ้ามีน้ำพริกกะปิแล้วก็อร่อยแน่ ๆ


วิธีการทำไข่ทอดชะอม




สูตรอาหาร ทอดไข่ชะอมให้ฟูหนา ใช้หม้อทอดง่าย ๆ ทำได้เองไม่ง้อเชฟ ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

6
หากคุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศห้องรับแขกบรรยากาศเดิมๆ ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ ซึ่งวันนี้ Gurubaan ได้นำไอเดียในการจัดห้องรับแขกหน้าบ้าน ที่คุณสามารถนั่งสูดอากาศรับลมธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ แน่นอนว่าแขกหรือญาติที่มาเยี่ยมคุณที่บ้านจะต้องถูกใจไม่น้อย ว่าแต่จะมีไอเดียอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

มุมรับแขกนอกบ้านแบบเปิดโล่ง ทำให้บรรยากาศของมุมนี้ดูโล่ง โปร่ง สบาย ตกแต่งด้วยชุดโซฟาสีเข้มเข้ากันกับกำแพงบ้าน มีกระถางต้นไม้เพิ่มสีเขียวให้มุมรับแขก

อีกหนึ่งมุมรับแขกใต้ชายคาบ้าน และรับลมเย็นๆจากธรรมชาติ เลือกใช้ชุดโซฟาสีเทาที่ตัดกับสีบ้าน ตกแต่งด้วยโคมไฟ พรม และต้นไม้สีเขียว

มุมรับแขกในสวนข้างบ้าน ง่ายๆ ด้วยชุดโต๊ะและเก้าอี้ที่ทำจากไม้พาเลททำให้ดูคลาสสิค เข้ากับบรรยากาศโดยรอบมากๆ

โต๊ะรับแขกที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ล้วนๆ เอาสีขาวเข้ามาช่วยเสริม มันจะยิ่งทำให้ดูอบอุ่นร่มรื่นไปอีก

ชุดเก้าอี้ไม้สานเหมาะกับบรรยากาศริมสระน้ำเป็นที่สุด หาเบาะนั่งกับหมอนอิงโทนสีใกล้เคียงกัน เข้ากับสไตล์ที่คุณชอบแน่นอน

การใช้สีแนวเอิร์ธโทน อย่างสีลายไม้ สีน้ำตาล และสีเขียว จะช่วยให้คนมองรู้สึกสบายตาตามไปด้วย และทำให้คุณรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

หากคุณมีพื้นที่ตรงชานบ้านมันคงเข้ากับการตกแต่งด้วยชุดโซฟาโทนสีเดียวกับสีบ้าน แถมยังทำให้มุมรับแขกนี้ดูโปร่งสบายขึ้นอีก และถ้าจะให้ดีใช้สีเขียวของต้นไม้เข้าช่วยเสริมบริเวณนี้มันก็คงยิ่งดูอบอุ่นร่มรื่นมากขึ้น

มุมรับแขกตรงชานบ้าน ง่ายๆ ด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้ พร้อมหมอนอิงสีดำดูตัดกันแต่ลงตัว และตกแต่งด้วยโคมไฟเก๋ๆ ช่วยเพิ่มลูกเล่นทำให้มุมรับแขกดูโดดเด่นขึ้นไปในตัว

ตกแต่งมุมรับแขกด้วยชุดเก้าอี้สานสุดคลาสสิคธีมเดียวกับสีบ้าน ตกแต่งด้วยหมอนอิงหลากหลายแบบในโทนเดียวกัน แค่นี้ก็ดูเรียบ เท่ ทันสมัยแล้ว

บริเวณระเบียงหน้าบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด แต่งด้วยชุดเก้าอี้ไม้ดูเป็นธรรมชาติสุดๆ แถมยังนั่งสบายชมวิวได้ไม่มีเบื่ออีกต่างหาก

หวังว่าคงจะถูกใจใครหลายคนจนเกิดปิ๊งไอเดียดีๆ ในการจัดมุมรับแขกไว้นอกบ้าน อย่ารอช้านะคะว่างเมื่อไหร่ก็ลองไปจัดมุมสวยๆ ไว้รับแขกดีกว่า จะได้มีมุมสนทนาแบบสบายๆ ให้ชื่นใจ หรือจะเอาไว้นั่งชิลหลังจากเหนื่อยจากการทำงานก็ได้ค่ะ



ไอเดียจัดมุมรับแขกรับลมชมวิวนอก บ้าน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้าน/

7
โน๊ตบุ๊คที่เหล่าเกมเมอร์ต่างอยากครอบครอง เเละมีความต้องการมากที่สุดคงหนีไม่พ้นในเรื่องของความสวยงาม สเปคเครื่องที่เร็ว แรง และระบายความร้อนได้ดี

ในตอนนี้ Samsung ได้เปิดตัว Odyssey Z โน๊ตบุ๊คสำหรับเล่นเกมที่มีความบาง เบา หนาเพียง 17.9 มม. น้ำหนัก 2.4 กก. Samsung เลือกใช้ระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงแบบ Dynamic Spread Vapor Chamber ที่ครอบคลุมทั้ง CPU และ GPU มาพร้อมหน้าจอแบบ Full HD 1080p ขนาด 15.6 นิ้ว, ซีพียู Intel Core i7 (รุ่นที่ 8) 6 คอร์ การ์ดจอตัวแรง Nvidia GeForce GTX 1060, RAM DDR4 ขนาด 16GB, Solid-state drive แบบ NVMe ความจุสูงสุด 1TB และในส่วนของการ์ดจอ หรือ GPU ใช้หน่วยความจำแบบ GDDR5 ขนาด 6GB

มีพัดลม Z Blade จำนวน 2 ตัวที่คอยระบายความร้อนออกจากทางด้านบานและด้านล่างตัวเครื่อง ส่วน Touch pad จะอยู่เบียดกันกับคีย์บอร์ดเพื่อเพิ่มพื้นที่ระบายความร้อนด้านบน (แต่คนคงไม่นิยมเล่นบน Touch pad กันเท่าไหร่) แบตเตอรี่มีความจุ 54Wh อาจจะไม่รองรับการเล่นเกมส์เป็นระยะเวลานานๆ แต่ด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ แต่สายชาร์จที่ให้มากับเครื่องก็มีกำลังไฟฟ้าสูงถึง 180W สามารถชาร์จให้แบตเต็มได้อย่างรวดเร็ว สำหรับสเปคอื่นๆ ได้แก่ ลำโพง 1.5W, คีย์บอร์ด Backlit พร้อมไฟใต้ปุ่มกด, มีพอร์ต USB เพื่อต่อกับแว่น VR ได้, มีปุ่มสำหรับอัดคลิปเกมส์ และมีปุ่มเข้าโหมดเงียบ (Silent Mode) ที่สามารถลดเสียงพัดลมเหลือเพียงแค่ 22 เดซิเบลได้

Odyssey Z จะเริ่มวางจำหน่ายในบางประเทศเท่านั้น โดยในเดือนนี้จะวางจำหน่ายที่ประเทศเกาหลีใต้และจีน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกาจะวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 3 ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่ายในยุโรป และยังไม่มีรายละเอียดเรื่องราคา



โน๊ตบุ๊ค สำหรับเกมเมอร์ จาก Samsung รุ่น Odyssey Z กับสเปคสุดโหด ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

8
เมื่อคุณตัดสินใจจะเลี้ยงปลาสวยงาม และเลือกชนิดปลาที่จะเลี้ยงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การเข้าไปดูข้อมูลปลาที่ร้านค้าปลาออนไลน์ หรือไปที่ฟาร์มปลาสวยงาม หรือร้านขายปลาสวยงาม เพื่อเลือกซื้อปลาที่ต้องการมาเลี้ยง

ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหากได้ปลาที่ไม่แข็งแรง ไม่สมบูรณ์ หรือมีเชื้อโรคติดมา ปลาที่ซื้อมาเลี้ยงอาจตายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน หรือคุณอาจจะต้องทนเลี้ยงปลาที่ไม่สมประกอบไปอีกนาน

วิธีการเลือกซื้อปลาสวยงาม ควรจะพิจารณาจากสิ่งต่อไปนี้

ควรเลือกซื้อปลาในเวลากลางวัน เพราะคุณจะสังเกตสีสันที่แท้จริงของปลาได้ดี แต่ในปัจจุบันการจัดตู้ปลามีความทันสมัยมากขึ้น โดยร้านขายปลาสวยงามมักจะติดหลอดไฟพวกแสงสะท้อน แล้วเปิดไว้ตลอดเวลาเพื่อทำให้เห็นว่าปลามีสีสดใสมากกว่าที่เป็นจริง คุณต้องใช้ความสามารถในหารมองของคุณให้ดี

สังเกตสภาพของตัวปลา คือคุณจะต้องเลือกปลาที่ไม่มีร่องรอยความบอบช้ำ เช่นเกล็ดหลุด ครีบแหว่ง หรือมีแผลตามลำตัว เพราะอาจเป็นปลาที่ได้รับการกระทบกระเทือนจากการขนส่ง หรือมีการระบาดของโรคพยาธิเกิดขึ้น ถ้าเลือกซื้อปลาที่บอบช้ำมาเลี้ยง อาจเกิดการติดเชื้อต่างๆ ได้ ยิ่งถ้ามีการระบาดของโรคพยาธิอยู่แล้ว ปลาที่เลือกซื้อมาก็มักจะตายหมด

สังเกตลักษณะการว่ายน้ำหรือการทรงตัวของปลา ควรสังเกตว่าชนิดปลาที่จะซื้อมีลักษณะการว่ายน้ำอย่างไร เช่น พวกปลานีออน ปลาเสือสุมาตรา ปลาสอด และปลาซิวชนิดอื่นๆ มักชอบว่ายน้ำวนเวียนไปมาตลอดเวลาบริเวณกลางน้ำถึงผิวน้ำ ต้องไม่เซื่องซึม ว่ายลงไปพักอยู่ที่ก้นตู้ หรือลอยตัวอยู่แต่ผิวน้ำ พวกปลาเทวดาและปลาปอมปาดัวร์ ชอบว่ายน้ำช้าๆ ลักษณะเป็นสง่า ต้องไม่ไปซุกอยู่ตามหินหรือมุมตู้ ปลาทองต้องว่ายน้ำได้อย่างสมดุล ว่ายไม่เอียงไปมา การทรงตัวในน้ำอยู่ในลักษณะที่ตรงเมื่ออยู่กับที่ และสามารถว่ายทวนกระแสน้ำได้ดี

สังเกตลักษณะการกางของครีบต่างๆ คือปลาปกติที่ไม่มีปัญหาเรื่องการติดเชื้อหรือการเกิดโรค จะกางครีบออกเกือบตลอดเวลา แต่ปลาที่มีอาการผิดปกติ มักจะหุบครีบลู่ติดตัวไม่ค่อยกางออก

สังเกตสีสันของปลา ควรสังเกตเปรียบเทียบปลาในกลุ่มเดียวกัน ปลาที่มีสีสันสดเข้มกว่า ลวดลายเด่นชัด ย่อมมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแกร่งกว่า
สังเกตความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ ควรเป็นปลาที่มีอวัยวะครบถ้วนตรงตามชนิด เช่น ลำตัวโดยเฉพาะคอดหางไม่คดงอ ครีบไม่โค้งพับหรือขาดหายไป

สังเกตว่าไม่มีปลาตายปะปนอยู่ในบ่อหรือตู้ปลาที่จะเลือกซื้อ หรือไม่มีปลาที่แสดงอาการติดเชื้อปะปนอยู่ นอกจากนั้นเมื่อนำปลามาปล่อยเลี้ยงในตู้ที่เตรียมไว้แล้ว หากพบว่าปลาตัวใดมีอาการผิดปกติ ควรรีบแยกปลาตัวดังกล่าวออกไปเลี้ยงต่างหาก จนแน่ใจว่าอาการดีเป็นปกติจึงค่อยนำกลับมาปล่อยเลี้ยงในตู้ต่อไป



วิธีการเลือกซื้อ ปลาสวยงาม ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/ปลาสวยงาม/

9
แถวเกษตร-นวมินทร์ (ถนนประเสริฐมนูกิจ) ต้องมีคอเคล็ดกันบ้างแหละ ก็แหม…ร้านอาหารหรือสถานบันเทิงต่าง ๆ บริเวณนั้น ต่างก็งัดไอเดียครีเอทรูปแบบการตกแต่งได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้บรรยากาศมันช่างน่านั่งดริ้งค์เพลิน ๆ พูดคุยมันส์ ๆ ซะเหลือเกิน เอ้า! แล้วจะรอช้าอยู่ทำไมล่ะ ตามเราไปสำรวจร้านเหล้าย่านเกษตร-นวมินทร์กันดีกว่า

Honeymoon Pub & Restaurant

ถ้าเอ่ยถึงร้านเหล้าย่านเกษตร-นวมินทร์ ชื่อของ Honeymoon คงอยู่ในอันดับต้น ๆ ของตัวเลือกแน่นอน เพราะบรรยากาศร้านก็แสนสบาย ๆ เหมาะสำหรับเป็นแหล่งแฮงเอาท์กับเพื่อนฝูง จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เคล้าดนตรีเล่นสดเพราะ ๆ แถมยังตกแต่งร้านได้อย่างเก๋ไก๋ ออกแนว Retro นิด ๆ อีกทั้งยังมีโซนให้เลือกนั่งหลากหลาย ทั้งโซนทานอาหาร, โซนโอเพ่นแอร์, โซนด้านในร้าน และโซนชั้นสองสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว รวมถึงไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ เพราะกว้างขวางและเดินทางสะดวกสบาย ส่วนเมนูอาหารรสแซ่บที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ยำฮันนีมูน, ข้าวผัดฮันนีมูน, ต้มยำทะเลเดือด, ปลาช่อนฮันนีมูน และหมูทอดฮันนีมูน

Snop Pub & Restaurant

เหล่าผีเสื้อราตรีที่ชอบขยับแข้งขยับขาในบรรยากาศสนุก ๆ คงไม่พลาดไปลั้ลลา Snop Pub & Restaurant สาขาเกษตร-นวมินทร์ แหล่งพักผ่อนในบรรยากาศสวยหรู กว้างขวาง และโด่ดเด่นมีสไตล์ อีกทั้งยังตกแต่งด้วยโทนสีสดใสสไตล์คนขี้เล่น และเต็มไปด้วยของเล่น ตัวการ์ตูน และของสะสมต่าง ๆ ที่ถูกนำมาตกแต่งได้อย่างสวยงามลงตัว พร้อมมุมโซฟานั่งเล่นสบาย ๆ กับเบาะนุ่ม ๆ หรือจะนั่งเพลิน ๆ ริมสระน้ำเก๋ ๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน ซึ่งช่วงหัวค่ำจะเป็นเพลงฟังสบาย ๆ แต่พอเริ่มดึกดนตรีก็จะมันส์หยดขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนเมนูอาหารรสเยี่ยมที่ไม่ควรพลาด เช่น ปลากระพงสองหน้า, หมึกไข่นึ่งมะนาว และผัดชาวเกาะ

Camp Havana Pub & Restaurant

ใครเป็นขาเที่ยวย่านเกษตร-นวมินทร์ และชื่นชอบดนตรีแจ๊สในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์บ้านและสวน คงจะคุ้นเคยกันดีกับ Camp Havana Pub & Restaurant ด้วยความโดดเด่นของร้านอาหารกึ่งผับที่ตั้งอยู่ในบรรยากาศของสวนสวย ร่มรื่น พร้อมดนตรีฟังสบายที่เป็นเอกลักษณ์ โดยถูกออกแบบเป็น 2 ชั้น ประกอบด้วยหลายโซน หลายมุม ให้เลือกตามความชอบ ทั้งโอเพ่นแอร์เย็นฉ่ำด้วยบ่อน้ำพุ, ในห้องแอร์บรรยากาศสบาย ๆ หรือจะเลือกนั่งที่ระเบียงชั้นบนรับลมเย็น ๆ ส่วนเมนูอาหารรสเยี่ยม เช่น กระพง Alter Native, พล่ากุ้ง ชะอมทอด, Sea Food Havana, ไก่ Volcano และยำบุษยา



ร่าเริงยามค่ำคืนกับร้านนั่งชิล โคโยตี้ แถวเกษตร ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

10
ใครอยากสวยปัง มาทางนี้!!!!! ต้องยอมรับว่าสาวสมัยนี้ ใครๆก็อยากมีใบหน้าที่สวยได้รูป จะเซลฟี่ โพสท่าถ่ายรูป ก็ต้องดูสวยดูดีในทุกท่วงท่า

เวลาของคนยุคใหม่หมดไปกับการทำงานหนัก นอนดึก ส่งผลให้ร่างกายพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานก็ต้องทุ่มเทเพื่อความก้าวหน้าในด้านการเรียน หรืออาชีพของตัวเอง ปัญหาความเครียดและความกดดันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเป็นสาเหตุของผิวพรรณที่เสื่อมโทรมลง โดยเฉพาะผิวบนใบหน้าจะเห็นได้ชัดเจนที่สุด ปัจจุบันเริ่มมีเทคโนโลยีที่ทำให้ใบหน้าเปลี่ยนรูปไปได้ในแบบธรรมชาติแบบไร้ที่ติได้อย่างใจคุณต้องการ แถมยังปลอดภัยกว่าในอดีตอีกหลายร้อยเท่า เจ็บตัวน้อยลง ไม่เป็นแผลเป็นเหมือนในอดีต

สมัยนี้อยากสวยยังไงการแพทย์ก็ช่วยได้ โดยเฉพาะการ “ฉีดโบท็อกซ์” ให้หน้าเรียวเล็กแลดูอ่อนวัยนี่ต้องบอกเลยว่าได้รับความนิยมไม่แพ้กระแสความงามด้านอื่นๆ เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก่อนที่สาวๆ จะพากันตัดสินใจไปฉีดโบท็อกซ์ตามกระแส อย่าเพิ่งใจร้อนไปค่ะ ลองถามตัวเองก่อนสิว่าคุณศึกษาเรื่องนี้ดีแล้วหรือยัง

โบท็อกซ์ที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่เป็นการฉีดสารจากธรรมชาติที่เป็นโปรตีนบริสุทธิ์สกัดจากแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ซึ่งจะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดตัว โดยหลังการฉีดโบท็อกซ์แล้วตัวยาจะจับตัวกับปลายเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว ส่งผลให้หน้าเรียว ลดกราม ช่วยทำให้หน้าดูเด็กลง ริ้วรอยต่างๆ รวมถึงรอยตีนกาก็ทำให้ดูตื้นขึ้นทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น\

โบท็อกซ์หน้าเรียว ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายๆ คนคิดหรือคาดคะเน ถ้าคำนึงถึงหลักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ โบท็อกซ์นั้นก็เปรียบเสมือนวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ นั่นเอง ที่นำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ โดยไม่มีพิษภัยใดๆ สำหรับการนำมารักษาเพื่อลดเลือนริ้วรอยจากการทำงานของกล้ามเนื้อในการแสดงสีหน้านั้น การฉีดโบท็อกซ์นับว่าเป็นวิธีที่ตรงประเด็น แก้ไขที่สาเหตุหลักของริ้วรอยดังกล่าวโดยตรง เพียงคุณเลือกใช้ Botox ของแท้และฉีดในปริมาณที่พอเหมาะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจเท่านั้น ก็จะบรรเทาความกังวลใจไปได้มากเลยล่ะค่ะ

ส่วนใหญ่ฉีดโบท็อกซ์เสริมใบหน้าส่วนไหนกันบ้าง?
การฉีดโบท็อกซ์นั้น สามารถฉีดได้ในบริเวณที่มีริ้วรอยมากเป็นพิเศษ อย่างเช่นหน้าผาก รอยตีนกา และริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้มบริเวณรอบดวงตา คุณสามารถฉีดโบท็อกซ์ที่บริเวณคิ้วเพื่อช่วยให้ตาของคุณดูโตและอ่อนวัยขึ้น นอกจากนี้แล้วการฉีดโบท็อกซ์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากคือการฉีดเพื่อปรับรูปหน้า ซึ่งบริเวณแนวขากรรไกรและแก้มเป็นบริเวณที่นิยมฉีดมากที่สุดเพื่อปรับใบหน้าให้ดูเรียวขึ้นนั่นเอง

เตรียมตัวทำโบท็อกซ์
สาวๆที่คิดจะทำสวยควรปรึกษาแพทย์เพื่อเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์ เพราะหากคุณไม่เตรียมร่างกาย การทำโบท็อกซ์อาจส่งผลเสียต่อผิวหน้าคุณได้ ขอให้สาวๆปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ดังนี้

1) ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดในช่วง 2 อาทิตย์แรก

2) ภายใน1สัปดาห์ คุณๆต้องงดรับประทานยาแก้อักเสบ รวมถึงวิตามินเสริมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันปลา วิตามินบำรุงผิวต่างๆ หรือแม้แต่สมุนไพรก็ด้วย

3) ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำร่างกายให้แข็งแรง จะได้ไม่เกิดอาการผิวอักเสบตามมาได้ง่ายๆนะคะ

4) สำรวจใบหน้าตัวเองก่อนว่าควรจะเสริมส่วนไหนเพื่อให้เหมาะกับรูปหน้า โดยอาจศึกษาจากอินเตอร์เน็ต ดูใบหน้าของดาราหรือรูปผู้ที่เคยเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์ที่มีใบหน้าลักษณะคล้ายกับตนเองเพื่อช่วยในการตัดสินใจได้ถูกต้อง และเพื่อความรวดเร็วในการเข้ารับการใช้บริการนะคะ

การฉีดโบท็อกซ์จะใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีเท่านั้นเอง นับว่าเป็นการศัลยกรรมใบหน้าที่ใช้ระยะเวลาสั้นมากเลยนะคะ ผลลัพธ์ที่จะตามมาหลังฉีดโบท็อกซ์จะทำให้ใบหน้าของคุณยกกระชับได้ในแบบที่คุณต้องการ แต่อาจมีอาการบวมแดง หรือเจ็บเล็กน้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วย ซึ่งหากมีอาการดังกล่าว คุณสาวๆสามารถประคบเย็นได้ แต่ห้ามประคบร้อนนะคะ และไม่ควรทำโบท็อกซ์ในช่วงหัวค่ำนะคะ เพราะอาจจะทำให้ส่วนที่ทำโบท็อกซ์มานั้นมีการเคลื่อนที่และทำให้เกิดริ้วรอยขึ้นได้นั่นเองค่ะ


มาเปลี่ยนจุดพังให้ปังด้วยโบท็อกซ์ โบท็อกหน้าเรียว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/botoxวุฒิศักดิ์/

11
ต้องบอกเลยว่านี่คือการปรับโฉมใหม่ทั้งหมดของร้านอาหารอิตาเลียน La Scala ที่อยู่คู่กับโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ มานานกว่า 15 ปี โดยตกแต่งให้มีบรรยากาศโปร่งสบายตาในโทนสว่างมากขึ้น ย้ายครัวจากตรงกลางร้านเข้าไปชิดกับผนัง แต่ยังคงเป็นครัวเปิดที่สามารถเห็นเชฟทำอาหารได้ ส่วนมุมที่เป็นเตาพิซซาตกแต่งให้ดูหรูขึ้นด้วยหินอ่อน และเพิ่มบาร์เครื่องดื่มเข้ามา

นอกจากการตกแต่งที่แปลกตาแล้ว เชฟเดวิด แทมบูรินิ (David Tamburini) ก็ยังปรับเมนูใหม่ทั้งหมดให้มีคอนเซ็ปต์ “อิตาเลียนไฟน์ไดนิง” ที่ใช้สูตรดั้งเดิมแต่มีหน้าตาสวยและดูสร้างสรรค์ G&C มาเยือนทั้งทีเชฟจึงจัดเต็มให้เราเลยทีเดียว เริ่มด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยจานแรก Artichokes Petals and Cardoons Salad สลัดอาร์ติโชกกับชีสพาร์มิจิอาโน เร็กจิอาโน, นมไพน์นัต และไข่ออนเซ็น เชฟเข้าใจวัตถุดิบนี้เป็นอย่างดี เสิร์ฟอาร์ติโชกกับชีสเพื่อให้มีรสเค็มมันเข้มข้นอร่อย อีกจานคือ Seared Hokkaido Scallops หอยเชลล์ตัวใหญ่ย่างเนื้อหวานนุ่ม เสิร์ฟพร้อมคาเวียร์และผักเคลที่เชฟปรุงมาหลายแบบทั้งสด ย่าง ทอด ทำให้จานนี้มีรสสัมผัสที่หลากหลาย

มาถึงจานที่เรารู้สึกว้าว Spaghetti with Smoked Eggplants Juice สปาเกตตีจานนี้ไร้เนื้อสัตว์ แต่อร่อยด้วยมะเขือม่วง เชฟย่างมะเขือม่วงและบีบน้ำออก นำน้ำมะเขือม่วงมาผัดกับเส้นพาสตาทำให้ได้กลิ่นสโมกหอมๆ ใส่เนื้อมะเขือม่วงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า และมีมะเขือเทศสดจากอิตาลีเพิ่มรสหวานอร่อยลงตัว

อาหารจานหลักคือ Mediterranean Red Mullet ปลาเรดมูลเล็ตย่างทั้งตัวถอดก้างมาเรียบร้อย เนื้อปลานุ่มรสหวาน เสิร์ฟพร้อมสาหร่ายรสขมนิดๆ ได้กลิ่นของทะเลแบบเต็มๆ อีกจานเป็น Roasted Milk Fed Veal Tenderloin เนื้อลูกวัวย่างนุ่มๆ กับผักเรดดิชิโอรสขม เพิ่มความหอมหวานด้วยบัลซามิกและหอมหัวใหญ่หัวเล็ก

สุดท้ายห้ามพลาด Orange Zabaione in Crispy Orange Skin ไวต์ช็อกโกแลตทำเป็นรูปส้ม ข้างในเป็นซาบายองรสส้มเนื้อนุ่มเบาและแยมส้มหอมหวาน ผิวนอกเป็นอัลมอนด์บดและผิวส้มขูด ได้เนื้อสัมผัสทั้งกรอบและนุ่ม มีรสหวาน เปรี้ยว และขมนิดๆ จากผิวส้ม… สุดยอดแห่งการผสมผสาน

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ 13/3 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ

เปิดบริการ 12.00-15.00 น. และ 18.00-23.30 น.

โทร. 0-2344-8888 ต่อ 8654

ราคา 680-2,680 บาท


ร้านอาหาร THE NEW LA SCALA อิตาเลียนไฟน์ไดนิงโฉมใหม่ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ร้านอาหาร/

12
อีกห้องหนึ่งในบ้านที่เราใช้เวลาอยู่เป็นประจำนั่นคือห้องน้ำ แต่เนื่องจากห้องน้ำต้องเจอน้ำและความชื้นตลอดเวลา ดังนั้นจึงเกิดคราบสกปรกต่างๆ ได้ง่ายและเวลาเราเห็นห้องน้ำสะอาดสะอ้าน ไม่มีคราบสกปรก มันช่างเป็นอีก 1 ความสุขในบ้าน ดังนั้นมาดูเคล็ดลับกำจัดคราบสกปรกในห้องน้ำแบบง่ายๆ กันดีกว่า

1.ทำความสะอาดคราบเหลืองด้วยน้ำอัดลม

ราดน้ำอัดลมลงในโถสุขภัณฑ์ทิ้งไว้สักประมาณ 1 ชม. เพื่อให้กรดจากน้ำอัดลมทำปฏิกิริยาช่วยกำจัดคราบสกปรก จากนั้นใช้แปรงขัดทำความสะอาดตามปกติแล้วกดน้ำทิ้ง 1 ครั้ง

2.น้ำมันก๊าดพิชิตคราบที่อ่างอาบน้ำ

ใช้ผ้าชุบน้ำมันก๊าดถูให้ทั่วอ่างแล้วล้างออกด้วยน้ำร้อน หรือจะใช้ผงซักฟอกผสมน้ำโซดากับน้ำ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก่อน เพียงเท่านี้อ่างอาบน้ำก็จะกลับมาสะอาดแวววาวอีกครั้ง

3.ล้างฝักบัวด้วยน้ำส้มสายชู

เป็นคำแนะนำเรื่องการทำความสะอาดฝักบัวอาบน้ำที่หลายคนอาจรู้อยู่แล้ว วิธีคือให้น้ำฝักบัวที่มีตะกอนตกค้างแช่ไว้ในน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้ค้างคืน แล้วล้างน้ำเปล่าเป็นปกติ

4.น้ำส้มสายชูกำจัดคราบบนกระจก

คราบติดแน่นบนกระจกมักเกิดจากไอน้ำหลังจากเราอาบน้ำอุ่น แนะนำว่าหลังอาบน้ำให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดทันที หรือใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำส้มสายชูชุบด้วยฟองน้ำและเช็ดถูเบาๆ

5.น้ำสบู่อ่อนทำความสะอาดคราบราและไขมันบนม่านพลาสติก

ม่านพลาสติกที่กั้นระหว่างโซนเปียกและโซนแห้งสามารถใช้น้ำสบู่อ่อน หรือน้ำยาซักผ้าผสมน้ำอุ่น แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นผึ่งให้แห้งด้วยการตากลมแทนการตากแดด เพราะอาจทำให้สีม่านซีด

6.เบกกิ้งโซดาทำความสะอาดราดำบนยาแนว

ห้องน้ำหมดสวยเพราะคราบราดำ เราสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชู วิธีคือราดน้ำบนพื้นกระเบื้องให้เปียกก่อนแล้วเทน้ำยาที่ผสมลงไป ทิ้งไว้สักพักแล้วจึงล้างด้วยแปรงสีฟันเก่าเพื่อช่วยกำจัดคราบราดำได้ลึกซึ้งกว่า

7.ใช้มะนาวทำให้ก๊อกน้ำกลับมาแวววาว

คราบหมองที่ก๊อกน้ำแนะนำให้ใช้มะนาวหั่นซีกถูให้ทั่วก๊อก ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดออก หรือจะใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำส้มสายชูโดยพันรอบหัวก๊อกน้ำ ทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วเช็ดออกด้วยฟองน้ำ

8.ป้องกันความลื่นจากตะไคร่น้ำด้วยผงซักฟอก

พื้นปูนทำให้เกิดตะไคร่ได้ง่ายกว่าการปูกระเบื้อง ดังนั้นใน 1 สัปดาห์เราควรทำความสะอาดห้องน้ำให้แห้งอยู่เสมอ หากพบตะไคร่น้ำให้ใช้น้ำเปล่าผสมผงซักฟอกแล้วขัดด้วยแปรง ก่อนล้างน้ำสะอาด


ห้องน้ำกลับมาแจ่ม กับเคล็ดลับกำจัดคราบ สุขภัณฑ์ แบบอยู่หมัด ไม่เสี่ยงอันตราย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/สุขภัณฑ์/

13
แนะนำมือถือ Selfie ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท กับกล้องหน้าสุดคมชัด พร้อมถ่ายภาพให้ขาวสวยเนียนใสได้ในชัตเตอร์เดียว จะมีรุ่นไหนแบรนด์ใดบ้าง มาดูกัน!

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ กลับมาพบทีมงาน Thaimobilecenter กับนานาสาระน่ารู้ และข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนกันอีกครั้งนะครับ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันนี้การถ่ายด้วยสมาร์ทโฟนนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก ไมว่าจะเป็นกล้องด้านหลังที่พัฒนามาจนถึงเทคโนโลยีกล้องคู่ (Dual-Camera) ที่สามารถถ่ายภาพให้มี Bokeh ได้สวยงามใกล้เคียงกับกล้องโปร DSLR เลยทีเดียว หรือจะเป็นกล้องด้านหน้าความละเอียดสูงที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ Selfie ซึ่งเป็นเทรนด์สุดฮิตของผู้ใช้ทั่วโลกก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน

วันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้ทำการคัดเลือกสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นในเรื่องการถ่ายภาพ Selfie มาให้ทุกท่านได้รับชมกัน เพื่อเป็นตัวเลือก หรือเป็นข้อมูลประกอบในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่ตรงใจมากที่สุด โดยกำหนดความละเอียดขั้นต่ำที่ 13 ล้านพิกเซล ในช่วงราคาไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ

Huawei Nova 2i ราคา 9,900 บาท
1

Huawei Nova 2i สมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่มาพร้อมกล้อง 4 ตัว (Quad Camera) เป็นรุ่นแรกของ Huawei โดยแบ่งเป็นกล้องคู่ (Dual-Camera) ทั้งด้านหน้า และหลัง รวมถึงมีการดีไซน์โฉมใหม่ด้วยหน้าจอ 18 : 9 ขนาดใหญ่ 5.9 นิ้ว แบบ FullView Display บนตัวเครื่องโลหะแบบ Metal-Unibody ดีไซน์ใหม่แบบ Symmetrical Design ที่มีความสมมาตรในทุกองค์ประกอบ เรียกได้ว่าครบเครื่อง และเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณยืดหยุ่นได้เล็กน้อย ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

– ตัวเครื่องมีขนาด 156.275.2×7.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 164 กรัม
– หน้าจอแสดงผล IPS ขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080×2160 พิกเซล) พร้อมครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D
– ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 659
– หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) MaliT830-MP2
– หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
– กล้องถ่ายภาพด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดถ่ายภาพโบเก้ (หน้าชัด-หลังเบลอ), ฟังก์ชัน Moving Picture (ถ่ายภาพเคลื่อนไหวพร้อมภาพนิ่ง), ฟังก์ชัน Portrait, ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) และไฟแฟลช LED
– กล้องถ่ายภาพด้านหน้าแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดถ่ายภาพโบเก้ (หน้าชัด-หลังเบลอ), ฟังก์ชัน Moving Picture (ถ่ายภาพเคลื่อนไหวพร้อมภาพนิ่ง), ฟังก์ชัน Portrait, รูรับแสงขนาด f/2.0 และไฟแฟลช LED สำหรับกล้องหน้าโดยเฉพาะที่ให้แสงเป็นธรรมชาติ
– รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p ทั้งกล้องด้านหน้า และกล้องด้านหลัง
– แบตเตอรี่ความจุ 3340 mAh พร้อมฟังก์ชันประหยัดพลังงานแบบ Intelligent Power Saving 5.0
– ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 5.1
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
– รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
– รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
– รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 4.2
– รองรบการเชื่อมต่อแบบ microUSB 2.0
– รองรับระบบเสียง High-Quality แบบ Histen & aptX ​
– ล็อกอินใช้งาน Facebook ได้พร้อมกัน 2 บัญชีรายชื่อด้วยฟีเจอร์ App Twin

สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Huawei Nova 2i
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei Nova 2i
รีวิว (Review) Huawei Nova 2i

OPPO F5 ราคา 9,990 บาท
2

OPPO F5 สมาร์ทโฟนเจ้าของฉายา Selfie Expert รุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล F-Series ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่างกล้องหน้าคมชัด 20 ล้านพิกเซล และฟีเจอร์ AI Beauty ที่สามารถปรับค่าผิวเนียนให้แบบอัตโนมัติ รวมถึงการดีไซน์หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว ในสัดส่วน 18:9 แบบใหม่อีกด้วย โดยมีคุณสมบัติตัวเครื่องที่น่าสนใจดังนี้

– ตัวเครื่องมีขนาด 156.5x76x7.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 152 กรัม
– หน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 6 นิ้วแบบไร้ขอบ อัตราส่วน 18:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080×2160 พิกเซล)
– ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P23 (MT6763T)
– หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก (GPU) Mali-G71 MP2
– หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB และ 64GBพร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 256GB
– กล้องด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8
– กล้องด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 และใช้งานเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/2.8 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์ AI Beauty
– แบตเตอรี่ความจุ 3200 mAh
– ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat ซึ่งถูกครอบทับด้วย ColorOS 3.2
– ฟีเจอร์สแกนใบหน้า (Facial Unlock)
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
– รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
– รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n และ Bluetooth 4.2
– ตัวเลือกสีทอง และสีดำ (รุ่น RAM 4GB) และสีแดง (รุ่น RAM 6GB)

สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ OPPO F5
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OPPO F5



แนะนำ มือถือ Selfie ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท กับกล้องหน้าสุดคมชัด ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/มือถือ/

14
วิธีดูแลอาหารการกิน ของน้องแมวเปอร์เซีย
การเลี้ยงดูเจ้าแมวเหมียว หากดูแลอย่างใกล้ชิดและใส่ใจทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นแมวไทย หรือแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ อย่างเช่น แมวเปอร์เซีย มีความยากง่ายเกี่ยวกับการเลี้ยงและการดูแลในแต่ละเรื่องไม่แตกต่างกัน เช่น การดูแลในเรื่องอาหารการกิน สำหรับการดูแลเรื่องอาหารการกินของแมวเปอร์เซียแบ่งออกเป็นการดูแลในแต่ละช่วงวัย ดังนี้

1.อาหารลูกแมวเปอร์เซีย

ลูกแมวเปอร์เซียสามารถกินอาหารเสริมได้ตั้งแต่อายุได้ 4 สัปดาห์หรือหนึ่งเดือนขึ้นไป โดยนำ อาหารเม็ดสำหรับลูกแมวแช่ในน้ำซุปหรือน้ำต้มสุกจากนั้นนำไปปั่นจนละเอียด แล้วใช้ไซริงก์ขนาด 3 CC ป้อนในในช่วงแรกๆวันละ 2-3เวลา เพื่อให้ลูกแมวคุ้นเคยกับรสชาติอาหารและการกินอาหารแทนนมแม่ แล้วค่อยๆ ฝึกให้แมวกินอาหารเม็ดหากสังเกตว่าเริ่มกินอาหารเม็ดได้เองแล้ว ให้ลดปริมาณอาหารที่ป้อนลงจนเหลือวันละ 2 เวลาเช้าและเย็น

2.อาหารแมวโต

สำหรับการให้อาหารแมวเปอร์เซียที่เริ่มโตเป็นแมวรุ่น ในช่วงนี้อาหารจะเหลือเพียง 2 เวลา คือเช้า และเย็น ผู้เลี้ยงอาจให้แมวกินอาหารเม็ดหรืออาหารเปียกซึ่งเป็นอาหารสำเร็จรูป ในอัตราส่วนที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของแมว สิ่งสำคัญควรฝึกการกินอาหารให้เป็นเวลา ไม่ทิ้งอาหารไว้ในภาชนะให้แมวกินทั้งวัน เพราะนอกจากทำให้แมวติดเป็นนิสัยแล้ว อาหารที่เหลืออาจมีแมลงวันตอมและทำให้อาหารบูดเสีย เมื่อแมวกินเข้าไปอาจทำให้ท้องเสียได้

3.อาหารแมวแก่

การให้อาหารแมวแก่ ทั้งแมวไทยและแมวเปอร์เซียที่เป็นสายพันธุ์ต่างประเทศ มีวิธีการดูแลที่คล้ายกัน คือการให้แมวกินอาหารที่ย่อยง่าย ลักษณะนิ่มไม่แข็งและให้กินในปริมาณที่น้อยลง เพราะการใช้พลังงานมีน้อย แมวแก่มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการนอน เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายทำได้น้อยลง โดยเฉลี่ยแมวเปอร์เซียจะมีอายุขัยเฉลี่ยที่ 14 – 15 ปี

วิธีดูแลอาหารการกิน ของน้องแมวเปอร์เซีย ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการเลี้ยงแมวสายพันธุ์ต่างประเทศที่มีราคาแพง ต้องเลือกอาหารดีที่มีราคาแพงๆเท่านั้น ในความเป็นจริงการดูแลอาหารการกินควรทำควบคู่ไปกับการดูสุขภาพด้านอื่นๆด้วย เพื่อให้แมวมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักอยู่กับผู้เลี้ยงไปนานๆนั้นเอง



วิธีดูแล อาหารแมว การกิน ของน้องแมวเปอร์เซีย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/อาหารแมว/

หน้า: [1]

หวยnumbertoday      หวยบ้านสต้อก      บอลออนไลน์แทงบอล789

หวยบ้านน้องเพชร           หวยบ้านน้องนาง      หวยบ้านคุณนี    



 


cm's;pผลหวยมาเลสด    cm's;pผลหวยมาเล  cm's;pthailotto360    cm's;pเฮียหอย    cm's;pเฮียหมู    cm's;pคาสิโนออนไลน์   



แทงหวยปป.

 cm's;p